ตั้งแต่ที่ Facebook เปิดให้มีระบบการ Live สด มาตั้งแต่ปี 2016 ทั่วโลกก็เริ่มมีการปรับตัวสำหรับการ Disrupt ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งวงการสื่อ และ อุตสาหกรรมต่าง ๆ
แต่พี่ไทย เห็นจะเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลก ที่ประยุกต์ใช้ Live สดได้อย่างน่าสนใจ นั่นก็คือ ใช้ Live สดขายของ ซึ่งในต่างประเทศค่อนข้างจะเป็นที่น่าแปลกใจ เพราะ บ้านเขาคุ้นชินกับการซื้อของผ่านเว็บไซต์กัน จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเซอร์ไพรซ์ ที่เขาเห็นเมืองไทยใช้ Live ขายของ
.
วันเวลาผ่านไป 3 ปีแล้ว มีคนไทยมากมายที่ร่ำรวย ซื้อรถ ซื้อบ้าน ได้จากการขายของผ่าน Live สด วันเวลาผ่านไป มีทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่าเข้ามาในวงการ ปัจจุบันที่เป็นกระแสที่เรียกได้ว่า Talk of The Town คงไม่พ้นบังฮาซัน อาหารทะเลที่มียอดขายเหยียบหลักล้านบาทต่อคืน กระแสของบัง ปลุกให้หลายคนพยายามดึง Identity หรือ ความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา พยายามหาความแปลกใหม่ในการ Live เพื่อทำให้ตัวเองโดดเด่นกว่าคู่แข่ง
.
บทความนี้ เราจะมาลองแกะความสำเร็จของบังฮาซัน และ คนที่ประสบความสำเร็จที่สร้างยอดขายจาก Live สดได้เดือนละ 7 หลัก 8 หลัก กัน ว่าพวกเขาเหล่านั้น มีอะไรที่เหมือน หรือ แตกต่างกัน
.
กดอ่านต่อ ได้เลยครับ
อ่านต่อ


1. สินค้าต้องดีก่อน บริการต้องโดน
.
อยากขายดี อันดับแรกสินค้าเราต้องดี เราต้องมั่นใจสินค้าเราก่อนที่จะขาย อย่างเช่น บังฮาซัน ที่ทุกครั้งจะเน้นย้ำถึงคุณภาพของสินค้า และมั่นใจขนาดที่ว่าถ้าสินค้าไม่ดี มีปัญหา สามารถเปลี่ยนได้ภายใน 3 วัน ดังนั้นแล้ว ถึงแม้คุณจะไลฟ์สดได้เก่งที่สุดในประเทศไทย แต่ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ คุณก็โดน Complain จากลูกค้าอยู่ดี
.
และด้วยความที่คุณไลฟ์เก่ง อาจจะเป็นดาบสองคมหลังจากทำให้ทุกคนได้รู้จัก สร้างการรับรู้และจดจำได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าโอกาสที่สินค้าจะถูกขายออกไปจากการที่เป็นที่รู้จักนั้นจะมีมากเช่นกัน ปัญหาที่อาจจะตามมาก็คือ การควบคุมคุณภาพของสินค้าอาจทำได้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อนในตอนที่ยังคงมียอดขายไม่มาก เมื่อยอดขายเริ่มมากขึ้น แล้วไม่ได้เตรียมหลังบ้านเอาไว้ให้ดี ก็อาจจะทำให้สดุดในเรื่องนี้ได้เช่นกัน และนี้คือความท้าทายของคนขายดีอีกข้อหนึ่งที่ผู้ที่กำลังเริ่มต้นอาจไม่เคยได้มองภาพนี้เอาไว้


2. เอกลักษณ์เฉพาะ (Signature)
.
ตามที่ผ่านมา ทุกคนที่เป็นกระแส หรือ โด่งดังที่สามารถทำเงินได้จากการ LIVE สดผ่าน Facebook ก็จะมีเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ที่ชัดเจน มีคาแรคเตอร์ที่คนเห็นแล้วจำได้ทันที
.
ไม่ว่าจะเป็น เจ๊น้ำ ลุงโทนี่ บังฮาซัน เป็นต้น ซึ่งคาแรคเตอร์บางคนอาจจะไปสุดโต่ง หรือ บางคนอาจจะมีลูกเล่นที่เป็นซิกเนเจอร์ อย่างบังฮาซันก็จะมีลูกคู่คอยสร้างสีสัน คำพูดประจำตัวที่เอ่ยถึงเมื่อไหร่ก็จะมีแต่คนจำได้ เช่น ได้แรงอ้ก, จัดส่งฟรี ทั่วประเทศ ! เป็นต้น เจ๊น้ำก็จะเน้นเล่าเรื่อง ขายตามอารมณ์ ทำให้ลูกค้าเกิดอารมณ์ขัน ส่วนลุงโทนี่ก็จะออกดาร์ก ๆ หน่อย แต่ที่สุดแล้ว ทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง


3. การขายต้องมีเรื่องราว
.
เรื่องราว หรือ Story เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้เราสามารถดึงให้ลูกค้า มีอารมณ์ร่วมกับสินค้าของเรา
.
เช่น บังฮาซัน ได้พยายามเล่าถึงที่มาของสินค้าหรือวัตถุดิบที่นำมาขาย โดยบอกถึงความยากที่กว่าจะได้มานั้นต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ของดีที่แม้แต่ชาวประมงเองที่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้แหล่ง ก็ยังไม่ค่อยได้มีโอกาสได้กินได้บริโภคสักเท่าไหร่ เพราะความที่มันหายากมากกว่าแต่ก่อนนี่แหล่ะ ดังนั้นมันจึงทำให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่ามากกว่าหากผู้ชมไลฟ์ได้ฟังเรื่องราวจากบังฮาซันในทำนองนี้
.
บางครั้งบังฮาซันได้ลองนำสินค้ามาขายในลักษณะการเสนอประมูล ซึ่งดูเหมือนจะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังคงทำให้ผู้ชมไลฟ์ยอมจ่ายอยู่ดี


4. พยายามดึงคนดูให้อยู่กับเรา
.
ก็เหมือนกับที่เราเรียนหนังสือนั่นแหละ บางทีการอัดเนื้อหามากจนเกินไป อาจจะทำให้นักเรียนเบื่อ ดังนั้นแล้ว ควรจะมีการ interact กับลูกค้า ไม่พาเข้าขายของจนเกินไป
การโยนตัวอย่างสินค้าแล้วพูดถึงซื้อผู้สั่งซื้อสินค้า ส่งผลทำให้ผู้ชมอื่น ๆ ที่ติดตามอยู่รู้สึกได้ว่า เฮ้ย.. ซื้อกันเยอะแบบนี้เลยหรือ จนทำให้มีความตื่นตัว บางทีก็อยากที่จะสั่งบ้าง คือประมาณว่าเห็นเค้าซื้อกันเยอะแบบนี้ แสดงว่ามันต้องดีจริง อร่อยจริง
.
(บังฮาซัน บอกในไลฟ์เสมอนะครับว่า สินค้าที่โยนวนไปแล้วเรียกชื่อนั้น ไม่ใช่สินค้าที่จะส่งให้ลูกค้าจริง ๆ เป็นเพียงแค่การแสดงเท่านั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องสินค้าจะช้ำหรือเสียหาย)


5. พยายามเรียนรู้และแก้ไขปัญหา
.
บังบอกว่าเราพยายามที่จะเรียนรู้เรื่องราวปัญหาทั้งหมด แล้วนำมาแก้ไข ว่าสินค้าของเรา มันต้องเป็นในแนวทางไหน ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อไปแล้วไม่เสียเงินเปล่า มันคือหลายองค์ประกอบในการขาย ทั้งคุณภาพ วิธีการขาย การนำเสนอ
.
แต่ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อคุณ Live แล้วสามารถเข้าถึงคนจำนวนมาก (Mass) ก็ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นลูกค้าของคุณ ทุกคนย่อมมี Timing เป็นของตัวเอง เก่าไปใหม่มา แต่ไม่ว่าอย่างไรแล้ว คนที่มีกระแสในช่วงเวลานั้น เมื่อกลุ่มคน Mass ของพวกเขาเหล่านี้ออกไป เขาก็ยังเหลือกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ของเขาอยู่ ดังนั้นแล้ว อยากให้เราไปโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายของเราเสียก่อน ถ้าหากมัน Mass หรือเป็น Viral ขึ้นมา นั่นหมายถึงโอกาสที่เพิ่มขึ้น แต่อย่ามัวหลงไหลได้ปลื้มกับสิ่งเหล่านั้นจนลืมโอกาสเดิม ลูกค้าเดิม ที่เคยได้รับสินค้า/ บริการคุณภาพของเราไป

สามารถติดตามเนื้อหาสุด Exclusive ของนินจาการตลาดที่ไม่ได้ลงที่ไหนและคอร์สเรียนฟรี ให้พิเศษเฉพาะใน Facebook กลุ่มปิด “Digital Media Planning 2020” คลิกไปขอเข้าร่วมได้เลย มีอัปเดตเนื้อหาอยู่ตลอด
